เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ให้ถูกวิธี PVC Conduit Routing Steps

วิธีเดินท่อร้อยสายไฟ PVC ตามมาตรฐานวิศวกรรมและการวางระบบ

การวางระบบไฟฟ้าภายในอาคารด้วยการ **เดินท่อร้อยสายไฟ PVC** เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพื่อจัดระเบียบสายสัญญาณและสายกำลังให้เป็นหมวดหมู่ การวางแนวท่ออย่างถูกต้องช่วยป้องกันสายไฟจากการกระแทกหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการเดินระบบท่ออย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ไปจนถึงเทคนิคการดัดท่อ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเรียบร้อยและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
เดินท่อร้อยสายไฟ PVC

1. ประเภทท่อ PVC สำหรับงานร้อยสายไฟ (PVC Conduit Types)

การเลือกใช้ท่อให้เหมาะสมกับพื้นที่หน้างานเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC โดยทั่วไปในประเทศไทยจะแบ่งประเภทท่อร้อยสายไฟ PVC ออกเป็นสองสีหลัก ซึ่งแต่ละสีมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (TIS Standard)

1.1 ท่อ PVC สีเหลือง (Yellow PVC Conduit)

ท่อสีเหลืองเป็นท่อที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในการเดินระบบไฟฟ้าแบบฝังผนังหรือซ่อนในฝ้าเพดาน ท่อชนิดนี้มีความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูงและทนทานต่อความร้อนได้ดี

  • การใช้งาน (Usage): เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟที่ต้องการฝังในผนังปูน หรือเดินซ่อนเหนือฝ้าเพดาน ไม่นิยมนำมาเดินลอย (Surface Wiring) เนื่องจากสีสันที่อาจดูไม่กลมกลืนกับการตกแต่งภายใน
  • คุณสมบัติเด่น: มีความยืดหยุ่นพอสมควร สามารถดัดโค้งได้ง่ายเมื่อใช้สปริงดัดท่อ และมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ (Flame Retardant)

1.2 ท่อ PVC สีขาว (White PVC Conduit)

สำหรับการเดินลอยที่ต้องการความสวยงามและกลมกลืนกับผนังห้อง ท่อ PVC สีขาวคือตัวเลือกหลัก งานประเภทนี้มักเรียกว่า "งานโชว์ท่อ" ซึ่งต้องใช้ความประณีตในการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC อย่างมาก

  • การใช้งาน (Usage): เหมาะสำหรับงานเดินลอย (Surface Mounting) บนผนัง งานตกแต่งสไตล์ลอฟท์ หรืออาคารสำนักงานที่ต้องการความเรียบร้อย
  • คุณสมบัติเด่น: ทนต่อรังสี UV ได้ดีกว่าท่อสีเหลือง เนื้อท่อมีความเหนียวและแข็งแรง สามารถดัดงอได้เช่นกันและมีอุปกรณ์ข้อต่อ (Fittings) สีขาวที่เข้าชุดกัน

2. อุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็น (Essential Tools)

ก่อนเริ่มดำเนินการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ช่างผู้ปฏิบัติงานต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อม เพื่อให้งานเดินไปอย่างต่อเนื่องและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม การมีเครื่องมือครบถ้วนช่วยลดเวลาในการทำงานและลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อตัวท่อ

รายการเครื่องมือหลัก

  1. ตลับเมตรและระดับน้ำ (Tape Measure & Spirit Level): สำหรับวัดระยะความยาวท่อและวัดระดับความขนานของแนวท่อกับพื้นหรือเพดาน เพื่อให้งานออกมาตรงแนวสวยงาม
  2. กรรไกรตัดท่อหรือเลื่อยตัดเหล็ก (Pipe Cutter): การใช้กรรไกรตัดท่อโดยเฉพาะจะทำให้รอยตัดเรียบเนียน ไม่เกิดขุยพลาสติก ซึ่งช่วยให้การสวมข้อต่อง่ายขึ้น
  3. สปริงดัดท่อ (Bending Spring): อุปกรณ์สำคัญที่สุดในการดัดท่อให้โค้งงอตามต้องการโดยที่ท่อไม่บี้แบน ขนาดของสปริงต้องพอดีกับขนาดท่อ (เช่น 3/8", 1/2", 3/4")
  4. สว่านและพุกพลาสติก: สำหรับเจาะผนังเพื่อยึดกิ๊บจับท่อ (Saddle Clip)
  5. กิ๊บจับท่อและข้อต่อต่างๆ (Clips & Fittings): รวมถึงข้อต่อตรง ข้อต่องอ กล่องพักสาย (Junction Box) และคอนเน็คเตอร์
  6. น้ำยาประสานท่อ (PVC Solvent Cement): ใช้สำหรับเชื่อมต่อท่อเข้ากับข้อต่อให้แน่นหนา ป้องกันการหลุดและป้องกันความชื้น

3. การวางแผนและกำหนดแนวเดินท่อ (Routing Plan)

การวางแผนเส้นทางเดินท่อ หรือ Routing Plan คือหัวใจสำคัญ การ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ที่ดีต้องมีการตีเส้น (Marking) บนผนังก่อนเสมอ เพื่อให้เห็นภาพรวมของระบบและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง

  • การตีเส้น (Chalk Line Marking): ใช้เต้าตีเส้นสีฝุ่นตีแนวที่จะเดินท่อ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ควรใช้ระดับน้ำตรวจสอบความเที่ยงตรงเสมอ
  • หลีกเลี่ยงมุมอับ: พยายามออกแบบแนวท่อให้มีจุดเลี้ยวโค้งน้อยที่สุด เพื่อให้การร้อยสายไฟ (Wire Pulling) ทำได้ง่ายและลดแรงเสียดทานภายในท่อ
  • กำหนดจุดกล่องพักสาย (Junction Box Positioning): ตามมาตรฐานแล้ว ไม่ควรมีมุมเลี้ยวเกิน 3-4 มุม (รวม 360 องศา) ในหนึ่งช่วงการเดินสาย หากเกินกว่านี้ต้องใส่กล่องพักสายเพื่อช่วยในการดึงสายไฟ

4. เทคนิคการดัดท่อ PVC ด้วยสปริง (Bending Techniques)

ทักษะที่วัดความชำนาญของช่างคือการดัดท่อ การ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ให้สวยงามบริเวณมุมเลี้ยวหรือการหลบสิ่งกีดขวาง (Offset) ต้องอาศัยเทคนิคการดัดที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการดัดท่อ

  1. ใส่สปริง (Insert Spring): สอดสปริงดัดท่อเข้าไปภายในท่อ PVC ให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการดัด หากตำแหน่งดัดอยู่ลึก อาจต้องใช้เชือกผูกปลายสปริงเพื่อดึงกลับ
  2. สร้างความร้อน (Optional): ในกรณีที่ท่อมีขนาดใหญ่หรืออากาศเย็นจัด ช่างบางท่านอาจใช้ผ้าถูบริเวณที่จะดัดเพื่อให้เกิดความร้อนสะสมเล็กน้อย ทำให้พลาสติกอ่อนตัวลง (ระวังอย่าให้ร้อนจนไหม้)
  3. ดัดด้วยเข่าหรือพื้น (Bending Action): จับท่อให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง แล้วค่อยๆ ออกแรงดัดท่อผ่านเข่าหรือดันกับพื้นให้โค้งงอเกินกว่ามุมที่ต้องการเล็กน้อย (Overbend) เนื่องจากท่อจะมีการคืนตัว (Springback)
  4. ตรวจสอบมุม: นำท่อไปทาบกับมุมผนังหรือแบบที่วาดไว้ เพื่อให้ได้องศาที่แม่นยำ 90 องศา หรือ 45 องศาตามต้องการ
  5. ดึงสปริงออก: เมื่อได้มุมที่ต้องการแล้ว ให้หมุนสปริงคลายเกลียวเล็กน้อยแล้วดึงออกมา หากดึงไม่ออกแสดงว่าท่อบี้แบนเกินไป ต้องดัดแก้ใหม่

5. ขั้นตอนการยึดกิ๊บและวางท่อ (Fastening Steps)

เมื่อเตรียมท่อและดัดท่อตามแบบแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการยึดท่อเข้ากับผนัง การยึดที่แข็งแรงช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและดูเรียบร้อย

เริ่มจากการเจาะรูผนังตามแนวเส้นที่ตีไว้ โดยระยะห่างของรูเจาะต้องสม่ำเสมอ ใส่พุกพลาสติกเข้าไปในรูเจาะ จากนั้นนำกิ๊บจับท่อ (Saddle Clip) มายึดด้วยสกรูเกลียวปล่อย ขันให้แน่นพอตึงมือ

นำท่อ PVC ที่เตรียมไว้กดลงไปในกิ๊บจับท่อ (สำหรับกิ๊บก้ามปู) หรือวางท่อแล้วขันฝาครอบกิ๊บ (สำหรับกิ๊บเหล็กหรือกิ๊บจับท่อแบบมีฝา) ตรวจสอบความแน่นหนา หากมีการต่อท่อ ต้องทาน้ำยาประสานท่อที่ปลายท่อและภายในข้อต่อ สวมเข้าหากันและกดแช่ไว้ประมาณ 10-15 วินาทีเพื่อให้กาวเซ็ตตัว

6. ระยะห่างมาตรฐานตามข้อกำหนด วสท. (EIT Standard Spacing)

การ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ที่ถูกต้องต้องอ้างอิงมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า เพื่อป้องกันท่อตกท้องช้างและเพื่อให้โครงสร้างแข็งแรง

ตำแหน่งการจับยึด (Position)ระยะห่างที่แนะนำ (Recommended Spacing)
ระยะห่างระหว่างจุดจับยึดทั่วไป (General Support)ไม่เกิน 1.0 - 1.5 เมตร
ระยะห่างจากกล่องพักสาย (From Box/Fitting)ไม่เกิน 0.30 - 0.60 เมตร
ระยะห่างจากมุมเลี้ยว (From Bend/Corner)ไม่เกิน 0.30 - 0.50 เมตร

การปฏิบัติตามระยะนี้จะช่วยให้ท่อไม่แอ่นตัวเมื่อเวลาผ่านไป และช่วยรับน้ำหนักสายไฟภายในท่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. การใช้ท่อเหล็กอ่อนร่วมกับท่อ PVC (Integrating Flexible Metal Conduit)

แม้ว่าการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC จะครอบคลุมงานส่วนใหญ่ในอาคาร แต่มีบางจุดที่ท่อ PVC อาจไม่ตอบโจทย์ เช่น จุดเชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์ จุดที่มีการสั่นสะเทือน หรือจุดที่ต้องการความโค้งงออิสระและทนทานต่อแรงกระแทกสูง ในกรณีนี้ควรใช้ ท่อเหล็กอ่อน (Flexible Metal Conduit) หรือ ท่อเหล็กอ่อนกันน้ำ (Liquid Tight Flexible Metal Conduit) เข้ามาเสริม

บริษัท วินเนอร์ คอนเน็คเตอร์ จำกัด (Winner Connector) ผู้เชี่ยวชาญด้านท่อร้อยสายไฟ แนะนำว่าในจุดเชื่อมต่อเครื่องจักรหรือจุดที่ท่อต้องสัมผัสความชื้นและน้ำมันโดยตรง การใช้ท่อเหล็กอ่อนกันน้ำจะช่วยปกป้องสายไฟได้ดีกว่าและมีความยืดหยุ่นสูงกว่า PVC แข็ง การเชื่อมต่อระหว่างท่อ PVC และท่อเหล็กอ่อนสามารถทำได้โดยใช้ข้อต่อแปลง (Adaptor) หรือกล่องพักสายเป็นตัวกลาง

8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปัญหาที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข (Common Problems & Solutions)

ในการเดินระบบมักเจอปัญหาท่อบี้แบนขณะดัด สาเหตุเกิดจากการใช้สปริงผิดขนาดหรือดัดด้วยความเร็วมากเกินไป แก้ไขโดยการใช้สปริงที่พอดีกับท่อและค่อยๆ ออกแรงดัด อีกปัญหาคือท่อหลุดจากข้อต่อ ซึ่งเกิดจากการทาน้ำยาน้อยเกินไปหรือไม่ได้ทำความสะอาดผิวก่อนทากาว ต้องเช็ดทำความสะอาดและทาน้ำยาให้ทั่วถึง

บทสรุป (Conclusion)

การ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความเข้าใจในคุณสมบัติของท่อ การวางแผนเส้นทาง และความละเอียดในขั้นตอนการดัดและยึดท่อ การปฏิบัติตามมาตรฐานระยะห่างและการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้งานออกมาสวยงาม แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบสายไฟและลดภาระการซ่อมบำรุงในอนาคต สำหรับจุดที่ต้องการความแข็งแรงหรือยืดหยุ่นพิเศษ การเลือกใช้ท่อเหล็กอ่อนจากผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญอย่าง Winner Connector มาประกอบในระบบ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยยกระดับมาตรฐานงานเดินสายไฟให้ดียิ่งขึ้น

เดินท่อร้อยสายไฟ PVC

ติดต่อเรา

สนใจอุปกรณ์เดินสายไฟและท่อร้อยสายไฟมาตรฐานสากล

หากท่านกำลังมองหาท่อเหล็กอ่อนร้อยสายไฟ ท่อเฟล็กซ์ หรืออุปกรณ์ฟิตติ้งเพื่อเสริมประสิทธิภาพงานระบบไฟฟ้า บริษัท วินเนอร์ คอนเน็คเตอร์ จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาด้วยประสบการณ์ยาวนาน

  • 🏢 ที่อยู่: 15 ถนนพรมแดน แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150
  • 📞 โทรศัพท์: 02-894-8544, 081-354-4550
  • 📱 Line ID: winnerconnector
  • 🌐 เว็บไซต์: www.winnerconnector.com
  • 📍 แผนที่: Google Maps