วิธีเดินท่อร้อยสายไฟ PVC และข้อควรรู้ก่อนเริ่มงานระบบไฟ
1. ความสำคัญของการเดินท่อร้อยสายไฟ PVC
การ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC มิใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงามในการซ่อนสายไฟให้พ้นสายตาเท่านั้น แต่เป็นปราการด่านแรกในการปกป้องสายนำสัญญาณและสายไฟ (Electrical Wire) จากปัจจัยแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ระบบท่อที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้ารั่ว ไฟดูด หรือการลัดวงจรที่เกิดจากฉนวนสายไฟชำรุด
ในงานระบบไฟฟ้า (Electrical System) การเลือกใช้ท่อที่มีความทนทานและมีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า (Insulator) อย่าง PVC (Polyvinyl Chloride) จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และต้านทานการลามไฟได้ดีในระดับหนึ่ง การวางแผนเดินท่อที่ดีต้องคำนึงถึงทิศทาง การโค้งงอ และจุดเชื่อมต่อ เพื่อให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้ง่าย
2. ประเภทท่อ PVC สีเหลืองและสีขาว ต่างกันอย่างไร
ก่อนเริ่มขั้นตอน เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ผู้ปฏิบัติงานต้องแยกแยะประเภทของท่อให้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งานเสียก่อน โดยหลักๆ ในท้องตลาดจะแบ่งออกเป็น 2 สี ซึ่งมีคุณสมบัติและการรองรับมาตรฐาน (Standards) ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
2.1 ท่อ PVC สีเหลือง (Yellow PVC Conduit)
ท่อชนิดนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับงานร้อยสายไฟโดยเฉพาะ มักอ้างอิงมาตรฐาน มอก. (TIS) มีคุณสมบัติเด่นคือความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง ทนทานต่อความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับงานเดินสายที่ต้องการฝังในผนัง (Embedded) หรือซ่อนใต้ฝ้าเพดาน เนื้อท่อมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกดทับได้ดี แต่ไม่นิยมใช้เดินลอยในจุดที่ต้องโชว์ความสวยงามเนื่องจากสีสันที่โดดเด่นสะดุดตาเกินไป
2.2 ท่อ PVC สีขาว (White uPVC Conduit)
ท่อสีขาว หรือ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันสำหรับงานเดินลอย (Surface Wiring) บนผนัง เนื่องจากสีขาวดูกลมกลืนกับผนังห้อง ท่อชนิดนี้สามารถดัดโค้งงอได้ง่ายกว่าท่อสีเหลืองโดยใช้สปริงดัดท่อ (Bending Spring) โดยไม่ต้องใช้ความร้อน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับงานทั้งภายในและภายนอกอาคารในจุดที่ไม่โดนแดดจัดโดยตรง
3. การคำนวณขนาดท่อและจำนวนสายไฟ (Fill Ratio)
หัวใจสำคัญของการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC คือการไม่ยัดเยียดสายไฟเข้าไปในท่อจนแน่นเกินไป หลักการทางวิศวกรรมกำหนดให้มีพื้นที่ว่างภายในท่อเพื่อให้ความร้อนระบายออกได้ หากสายไฟอัดแน่นเกินไป ความร้อนสะสมอาจทำให้ฉนวนละลายและเกิดอันตรายได้
เกณฑ์มาตรฐานสากลระบุว่า พื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟทุกเส้น ไม่ควรเกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดภายในท่อ เพื่อให้สามารถดึงสายไฟ (Wire Pulling) ได้สะดวกและระบายความร้อนได้ดี ตัวอย่างเช่น หากใช้ท่อขนาด 1/2 นิ้ว หรือ 16 มม. อาจร้อยสาย THW ขนาด 2.5 sq.mm. ได้ประมาณ 3-4 เส้นเท่านั้น การเผื่อขนาดท่อให้ใหญ่กว่าเล็กน้อยย่อมดีกว่าการใช้ท่อขนาดพอดีจนเกินไป
4. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
การเตรียมเครื่องมือให้พร้อมจะช่วยให้งาน เดินท่อร้อยสายไฟ PVC ราบรื่นและรวดเร็ว อุปกรณ์หลักที่ขาดไม่ได้มีดังนี้:
- คีมตัดท่อ (Pipe Cutter): เพื่อให้รอยตัดเรียบเนียน ไม่เกิดขุยพลาสติกที่อาจบาดสายไฟ
- สปริงดัดท่อ (Bending Spring): ต้องเลือกขนาดให้พอดีกับรูในของท่อ เพื่อให้การดัดโค้งสวยงามและท่อไม่บี้แบน
- ตลับเมตรและระดับน้ำ: สำหรับวัดระยะและวางแนวท่อให้ขนานกับพื้นหรือผนัง
- สว่านและพุกพลาสติก: สำหรับยึดแคล้มก้ามปูหรือตัวยึดท่อเข้ากับผนัง
- น้ำยาประสานท่อ (Solvent Cement): เลือกชนิดสำหรับท่อร้อยสายไฟโดยเฉพาะ เพื่อการยึดเกาะที่แน่นหนา
- ลวดนำสาย (Fish Tape): อุปกรณ์ช่วยดึงสายไฟผ่านท่อที่มีความยาวหรือมีจุดโค้งงอ
5. ขั้นตอนการดัดท่อและการเชื่อมต่อข้อต่อ
ทักษะที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการ เดินท่อร้อยสายไฟ PVC คือการดัดท่อ (Bending) และการเข้าข้อต่อ (Joining) ให้แนบสนิท
เทคนิคการดัดท่อด้วยสปริง
สำหรับการดัดท่อ uPVC สีขาว ให้ใส่สปริงเข้าไปในจุดที่ต้องการดัด จากนั้นใช้เข่าหรือมือดัดให้โค้งเกินกว่ามุมที่ต้องการเล็กน้อยแล้วปล่อยคืนตัว (Spring-back) เพื่อให้ได้องศาที่แม่นยำ ข้อควรระวังคือห้ามดัดแรงจนเกินไปเพราะอาจทำให้ท่อเกิดรอยฝ้าขาวหรือแตกหักได้ หากเป็นท่อสีเหลืองบางเกรดอาจต้องใช้ความร้อนช่วย (Heat Gun) แต่ต้องระวังไม่ให้ท่อไหม้
การเชื่อมต่อท่อและข้อต่อ
เมื่อต้องต่อท่อตรงหรือเข้ามุมด้วยข้อต่อ (Coupling/Elbow) ให้ทำความสะอาดปลายท่อและภายในข้อต่อให้ปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมัน ทาน้ำยาประสานท่อบางๆ ที่ปลายท่อ แล้วสวมเข้ากับข้อต่อทันที กดแช่ไว้ประมาณ 10-15 วินาที เพื่อให้น้ำยาเซ็ตตัว การทาน้ำยามากเกินไปอาจทำให้เกิดก้อนกาวภายในท่อ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการร้อยสายไฟในภายหลัง
6. เทคนิคการยึดท่อและการจัดระยะแคล้มก้ามปู
ความแข็งแรงของระบบท่อขึ้นอยู่กับการยึดติด (Mounting) ที่ได้มาตรฐาน การใช้แคล้มก้ามปู (Saddle) หรือตัวยึดท่อต้องมีการเว้นระยะที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ท่อตกท้องช้างหรือแอ่นตัวเมื่อรับน้ำหนักสายไฟ
ระยะห่างมาตรฐานสำหรับการติดกิ๊บจับท่อหรือแคล้มก้ามปู ควรอยู่ที่ประมาณ 80-100 เซนติเมตร สำหรับแนวท่อตรง และควรติดประคองที่จุดก่อนและหลังข้องอ (Bend) หรือกล่องพักสาย (Junction Box) ในระยะประมาณ 10-20 เซนติเมตร เพื่อรับแรงดึงและป้องกันข้อต่อหลุด การตีเส้นแนวระดับ (Chalk Line) บนผนังก่อนเจาะรูยึดจะช่วยให้แนวท่อดูตรงและเป็นระเบียบ สวยงามตามหลักวิชาการ
7. การร้อยสายไฟและการเก็บงาน
เมื่อโครงสร้างท่อเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปคือการร้อยสายไฟ สำหรับระยะทางไกลหรือมีมุมเลี้ยวเยอะ การใช้ ลวดนำสาย (Fish Tape) เป็นสิ่งจำเป็น สอดลวดนำสายเข้าไปจนทะลุปลายอีกด้าน แล้วผูกสายไฟติดกับปลายลวด พันด้วยเทปพันสายไฟให้แน่นและเรียวที่สุดเพื่อลดแรงเสียดทาน
ขณะดึงสายไฟ ควรมีคนช่วยป้อนสายที่ต้นทาง (Feeding) เพื่อไม่ให้สายไฟขูดกับปากท่อจนฉนวนถลอก การใช้สารหล่อลื่นสำหรับร้อยสายไฟ (Wire Pulling Lubricant) สามารถช่วยลดแรงเสียดทานได้มาก ห้ามใช้น้ำมันจารบีหรือน้ำมันเครื่องเด็ดขาด เพราะอาจทำลายฉนวนสายไฟในระยะยาว เมื่อร้อยสายเสร็จแล้ว ให้ตรวจเช็คความเรียบร้อยของจุดต่อสายในกล่องพักสาย และปิดฝากล่องให้สนิทเพื่อป้องกันฝุ่นและสัตว์เล็ก
8. มาตรฐาน Winner Connector และการตรวจสอบสินค้า
ความมั่นใจในระบบไฟฟ้าเริ่มต้นที่การเลือกใช้ชิ้นส่วนที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด บริษัท วินเนอร์ คอนเน็คเตอร์ จำกัด ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดกรองเม็ดพลาสติกและส่วนประกอบตั้งต้น เพื่อให้แน่ใจว่าท่อและอุปกรณ์ข้อต่อทุกชิ้นมีความทนทานและได้มาตรฐานตามที่กำหนด
เรามีการส่งสินค้าเข้าห้องทดลอง (Laboratory Testing) เพื่อทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ ทั้งการทนแรงกระแทก การต้านทานการลามไฟ และความคงทนต่อสภาวะแวดล้อม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าจาก Winner Connector สามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้อย่างไร้กังวล ไม่ว่าจะเป็นท่อร้อยสายไฟ ท่อเฟล็กซ์ หรืออุปกรณ์ข้อต่อต่างๆ เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์งานระบบไฟที่สมบูรณ์แบบ
ติดต่อเรา
ติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้า Winner Connector
บริษัท วินเนอร์ คอนเน็คเตอร์ จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อเฟล็กซ์ และอุปกรณ์ฟิตติ้งมาตรฐานสากล
ที่อยู่:
15 ถนนพรมแดน แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150
ช่องทางการติดต่อ:
- 🌐 Website: www.winnerconnector.com
- 📱 Line ID: winnerconnector
- ☎️ Tel: 02-894-8544
- 📞 Mobile: 081-354-4550